แหล่งโบราณคดีภูผายา

ตั้งอยู่ทางเหนือของบ้านนาเจริญ ตำบลดงมะไฟ เป็นภูเขาหินปูนที่แยกตัวออกมาจากเทือกเขาภูพานมีภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏตามผนังถ้ำเป็นจำนวนหลายส่วน ส่วนแรกบริเวณ “ถ้ำล่าง”พบกลุ่มภาพเขียนสีแดงบนผนังถ้ำผิวเรียบยาวประมาณ 5 เมตร ประกอบด้วยลวดลายเรขาคณิต ภาพสัตว์ ภาพฝ่ามือ ส่วนที่สองคือ “ถ้ำบน”พบภาพเขียนสีแดงกระจายอยู่เป็นกลุ่ม ๆที่เห็นชัดเจนเป็นภาพสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ภาพคน ภาพสัตว์เลื้อยคลาน

ตลาดน้ำเวเนโต้

เมื่อความโรแมนติกของ “เวนิส” นครแห่งสายน้ำได้ถูกนำมาหลอมรวมกับบ้านสีขาวสไตล์ริมทะเล เมดิเตอร์เรนียนแห่งเกาะซานโตรินี่ของกรีซ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอสวนผึ้ง ที่กลายเป็นฉากจำลองอันสวยงามในพื้นที่ขนาด 20 ไร่ โดยมีทิวเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง ภายในนั้นไม่เพียงเป็นแหล่งช็อปปิ้งให้ทุกคนได้จับจ่ายเลือกซื้อสินค้ากันอย่างเพลิดเพลินแล้ว

น้ำตกขุนแจ

ชุ่มฉ่ำไปกับความงามของน้ำตกขุนแจงที่ซ่อนตัวอยู่กลางผืนป่าเขียวขจีท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ โดยน้ำตกแห่งนี้มีทั้งหมด 6 ชั้น แต่ทางอุทยานฯ เปิดให้เข้าชมได้เพียงแค่ 4 ชั้นเท่านั้น และแต่ละชั้นมีความสูงราวๆ 10-20 เมตร สำหรับคนที่อยากเดินขึ้นไปชมความสวยงามของน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงแล้ว จะต้องเดินป่าและปีนป่ายไปตามแนวน้ำตกที่มีระยะทาง 100-200 เมตร

จุดชมวิวกะตะกะรน

จุดชมวิวบนเกาะภูเก็ตนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการมอบความทรงจำแห่งทัศนียภาพ และหนึ่งในนั้นคือจุดชมวิว กะตะกะรน หรือ “จุดชมวิวสามอ่าว” แห่งนี้ เมื่อขึ้นไปชมวิวจากศาลาหกเหลี่ยมบนนั้น คุณจะมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามลงตัวด้วยท้องทะเลและชายหาดโค้งเว้าแบบพระจันทร์เสี้ยวเรียงต่อ ๆ กันราวกับธรรมชาติบรรจงวาดขึ้นมา โดยชายหาดที่เห็นนั้นคือหาดกะตะน้อย อ่าวกะตะ และหาดกะรน ตามลำดับ

สวนสราญรมย์

เดิมที สวนสราญรมย์ หรือ พระราชอุทยานสราญรมย์ เป็นพระราชอุทยานเก่าแก่คู่พระนคร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่แล้วเสร็จในสมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สวนได้รับการตกแต่งให้สวยงามโดยนักออกแบบสวน ชาวอังกฤษนามว่าเฮนรี อาลาบาศเตอร์ ซึ่งได้เนรมิตสวนให้ดูทันสมัยตามรูปแบบตะวันตก ในเวลาต่อมาได้กลายเป็นสวนสาธารณะใจกลางกรุงที่มีชื่อเสียง

วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม (เดิมชื่อ วัดเขาพระ)

วัดเขาพระศรีสรรเพชญารามหรือวัดเขาพระในอดีต เป็นวัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยทวารวดีเพราะพบโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางต่างๆ ซึ่งสลักจากเนื้อหิน ภายในวัดมีสิ่งน่าสนใจมากมาย เช่น “เทวรูปจักรนารายณ์เนื้อหิน” เป็นเทวรูปที่สลักอยู่บนเนื้อหิน ลักษณะเป็นแผ่นหินสลักนูนสูง เป็นรูปทิพยบุคคลมี 4 กร พระหัตถ์ซ้ายขวาทั้งบนและล่าง ล้วนถือสิ่งต่างๆ อยู่ เช่น จักร คทา

ปรางค์กู่

ปรางค์กู่ คือ กลุ่มอาคารที่มีลักษณะแบบเดียวกันกับอาคารที่เชื่อกันว่า คืออโรคยาศาลตามที่ปรากฏในจารึกปราสาทตาพรหมอันประกอบด้วย ปรางค์ประธาน บรรณาลัย กำแพงพร้อมซุ้มประตูและสระน้ำนอกกำแพง โดยทั่วไปนับว่าคงสภาพเดิมพอควร โดยเฉพาะปรางค์ประธานชั้นหลังคาคงเหลือ 3 ชั้น และมีฐานบัวยอดปรางค์อยู่ตอนบน อาคารอื่นๆ แม้หักพังแต่ทางวัดก็ได้จัดบริเวณให้ดูร่มรื่นสะอาดตา

หมู่บ้านทอน

หากอยากชื่นชมผลงานอันทรงคุณค่าต่อวิถีชีวิตที่อยู่คู่กับท้องถิ่นภาคใต้มายาวนาน คุณจะพบความงดงามนั้นได้ที่นี่ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงไทยมุสลิมที่เป็นแหล่งผลิตเรือกอและทั้งของจริงและเรือจำลองที่ชาวบ้านทำขึ้นด้วยความประณีต โดยเรือกอและจำลองนั้นมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ทว่าสิ่งที่ประเมินค่ามิได้เลยคือความเป็นผลงานจากหัวใจของเยาวชนไทยที่ตั้งใจประดิษฐ์ชิ้นงานจากฝีมือของตนเอง

หมู่บ้านทำเครื่องเงิน ศรีสุพรรณ

หัตถกรรมเครื่องเงินเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่คู่เชียงใหม่มายาวนาน และเป็นที่รู้กันดีว่าถนนวัวลายนั้นเป็นแหล่งงานหัตถกรรมเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ในอดีตจนปัจจุบัน ทั้งนี้ การทำเครื่องเงินเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่อาศัยความประณีตและความละเอียดอ่อน ซึ่งเอกลักษณ์ของเครื่องเงินวัวลายนั้นเป็นที่ยอมรับกันดีในเรื่องคุณภาพและความละเมียดละไมในการ “ดุนลาย” ที่สวยงามอย่างยากจะหาที่ใดเปรียบได้

โบราณสถานพานหิน

ย้อนเวลาไปกับโบราณสถานเก่าแก่ที่ก่อขึ้นด้วยศิลาแลง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกว้างยาวด้านละ 15.5 เมตร สูง 3.5 เมตร มีมุขยื่นออกมาทั้งสี่ด้านที่มุขด้านทิศเหนือ มีร่องรอยหลุมเสาซึ่งนักโบราณคดี เชื่อว่าอาจเป็นเสาบันไดไม้ขึ้นตัวอาคารของโบราณสถานพานหิน ส่วนด้านบนของอาคารพบหลุมเสา ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเสาของอาคารเครื่องไม้มุงหลังคาและพบแท่งศิลาแลงทรงกลมสลักเป็นรูปเชิงบาตร