บุกรวบ”ตัวแม่”กลุ่มเทียนเอ โอนเงินค้ายาหมื่นล้านต่อปี

ปส.ปฏิบัติการ “ไชยะสยบไพรี61/1” รวบเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ เปิดบัญชีรับเงินค้ายาเสพติด มีเงินหมุนเวียนกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ รรท.รองผบช.ปส. พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. หน่วยปฏิบัติการ พิเศษสยบไพรี เปิดปฏิบัติการไชยะสยบไพรี 61/1 ยุทธการทำลายต้นไม้พิษ เสือสิ้นลาย เพื่อจะจับกุมนางมินท์ เตง เอ (MS.NAN MYINT THEIN AYE) อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 167/2560 ลงวันที่ 15 พ.ค.60 ในข้อหาให้การสนันสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิด ก่อนหรือขณะกระทำความผิด โดยเปิดบัญชีรับเงินจากผู้กระทำผิดเพื่อประโยชน์หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด ภายหลังสืบทราบว่า นางมินท์ เตง เอ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเทียน เอ (THEIN AYE) ที่เปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด จะเดินทางเข้ามาทำธุรกรรมการเงินในประเทศไทย

พล.ต.ต.ทนัย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา การสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดที่นำยาเสพติดมาขายในไทย แล้วนำเงินกลับออกจากประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยการโอนเงินผ่านกลุ่มต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ เอกอ้วน หรือ นายจรัญ คำสด หรือนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ ที่ใช้กลุ่มเทียน เอ เปิดบัญชีรับโอนเงินจากกลุ่มนักค้ายาเสพติด แล้วโอนกลับไปยังรัฐฉานในประเทศเพื่อนบ้านเป็นค่ายาเสพติด จากข้อมูลการสืบสวนนานกว่า 5 ปี พบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับ นางฟอง ปทุมมณี หรือ เจ๊ฟอง ผู้ต้องหาตามหมายจับที่มีค่าหัว 3 แสนบาท ซึ่งหนีกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยทำหน้าที่ควบคุมการเงินให้กับขบวนการค้ายาเสพติด และฟอกเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างๆ มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบข้อมูลสำคัญ มีคนไทยอีกหลายคนรับหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินให้กับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้ โดยมีการทำธุรกิจร้านโทรศัพท์ ร้านเหล้า บุหรี่ หนีภาษี ในฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า และร้านจิลเวลลี่ ในฝั่งประเทศไทยเพื่อบังหน้า

จนกระทั่งเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ได้ทำการสกัดรถยนตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายฟ้า 36-0231 กรุงเทพ บริเวณถนนกำแพงเพชร 6 ขาออกห่างจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร (ปปส.กทม.) มาประมาณ 300 เมตร จากการตรวจสอบพบนางมินม์ เตง เอ อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา และสามีอยู่ภายในรถ โดยนางมินท์ เตง เอ อ้างว่า เดินทางมาประเทศไทยเพื่อรักษาอาการป่วย ก่อนหน้านี้ตนทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราทั้งฝั่งไทยและเมียนมา ซึ่งจะมีเงินหมุนเวียนบัญชีต่อวันเพียง 2-3 ล้านบาทเท่านั้น ยืนยันไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน และไม่ทราบว่าถูกจับเรื่องอะไร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสอบสวนต่อที่ห้องประชุมภักดีภูมิ ชั้น 2 บช.ปส. ถนนวิภาวดี

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า ระบุว่าจากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ที่เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดทุกรายใหญ่ในประเทศไทย ก่อนโอนไปยังโรงงานผลิตยาในประเทศเมียนมา โดยพบมีพฤติการณ์รับโอนเงินให้กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดมากว่า 10 ปี มีเงินหมุนเวียนกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี จะนำเงินดังกล่าวไปฟอกด้วยการเปิดร้านจิวเวอรี่  อัญมณี ร้านทอง และโรงแรมทั้งในฝั่งไทยและเมียนมาร์บังหน้า นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีก 3 ราย ซึ่งถูกออกหมายจับแล้ว และจะเร่งติดตามตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ทั้งนี้นอกจากการปฏิบัติการณ์ครั้งนี้จะจับกุมตัวนางมินท์ เตง เอ แล้ว กำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในอ.แม่สาย จ.เชียงราย อีก 6 แห่ง ด้วยซึ่งมีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันทั้งหมด