‘โรคจิตเวช’ ป่วยทางสมองรักษาต่อเนื่องอาการดีขึ้น

กรมสุขภาพจิต เผย โรคจิตเวช ถือเป็นโรคทางสมอง หากได้รับการรักษาคนไข้มากกว่าร้อยละ 80 จะมีอาการดีขึ้น มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น

จิตแพทย์ประจำสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องโรคจิตเวชอยู่มาก โดยโรคจิตเวชนั้น ถือเป็นโรคทางสมอง หากได้รับการรักษาคนไข้มากกว่าร้อยละ 80 จะมีอาการดีขึ้น มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ที่ต้องอาศัยอยู่ในร.พ.ด้านสุขภาพจิต โดยหากผู้ป่วยมีอาการสงบก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ชุมชน ครอบครัวได้ปกติ ซึ่งสถาบันได้สร้างกระบวนการเยี่ยมบ้าน เพื่อเป็นเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยและเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้กลับไปใช้ชีวิตปกติในชุมชน ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเข้ารักษาซ้ำลงได้ โดยวิธีนี้จำเป็นต้องอาศัยครอบครัว ญาติ คนในชุมชนที่ช่วยกันเข้าใจ

“ผู้ป่วยจิตเวชที่อาการดีขึ้นแล้ว แต่ไม่มีญาติมารับกลับต้องอยู่ในร.พ.ต่อไป สถาบันสมเด็จเจ้าพระยาฯ มีการเชื่อมประสานการทำงานกับสถานสงเคราะห์บ้านกึ่งวิถีที่ใกล้ที่สุด ได้แก่ จ.ปทุมธานี สระบุรี และนครราชสีมา ในการรับตัวไปอยู่ด้วย ซึ่งคนไข้ที่ดีขึ้น และแจ้งว่าไม่สมัครใจจะอยู่สถานสงเคราะห์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องให้ออกตามนโยบายสถานสงเคราะห์ เมื่อออกมาอยู่ข้างนอกเกิดการขาดยา ทำให้แสดงอาการ จนกลายเป็นปัญหาคนไทยไม่ทราบ ชื่อ เป็นคนเร่ร่อน ไม่มีญาติ ไม่มีหลักฐานแสดงตัว” นพ.บุรินทร์กล่าว

อนึ่ง จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ระบุว่าแต่ละปีมีผู้ป่วยอาการทางจิตเข้ารับการรักษาในร.พ.เครือข่ายของกรมสุขภาพจิต ถึงกว่า 1 ล้านคน จำนวนผู้ที่รักษาหายแล้ว ไม่มีญาติมารับ จากการสำรวจเบื้องต้น ร.พ.ศรีธัญญา ต้องดูแลผู้ป่วยไร้ญาติกว่า 300 คน เฉพาะในปี 2556 มีถึง 114 คน ส่วนต่างจังหวัด เช่น ร.พ.สวนปรุง จ.เชียงใหม่ 38 ราย ร.พ.สวนสราญรมย์ 56 ราย และที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา มีกว่า 100 ราย บางรายถูกทิ้งไว้นานกว่า 30-40 ปี น่าจะมีประมาณ 500 รายทั่วประเทศ ส่วนใหญ่หาญาติไม่เจอ ผู้ป่วยจำบ้านตัวเองไม่ได้

ขอบคุณ สสส.